Blog แห่งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการเผยแพร่ข่าวสารดีๆ อีกทั้งยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันระหว่างสมาชิกของคลับ
และผู้สนใจทั่วไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเราอยู่ในโลกของ Cyberspace ทุกคนถือว่ามีความเท่าเทียมกันและมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ดังนั้นจึงขอความกรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพและเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วยนะคะ


MK Camp" 2006

August 12, 2007

The Serie Movie 4 Commercial*

ช่วงนี้เป็นฤดูกาลแข่งขันจริงๆเลยคะ ชีวิตต้องเข้าไปพัวพันกับข้อมูลหลากหลาย เพื่อทำให้ตัวเองเป็นผู้รู้จริงรู้ลึกในเรื่องที่กำลังศึกษาอยู่ ตั้งแต่ เมื่อสักสองสามอาทิตย์ที่แล้ว ได้เข้าไปอ่านบล็อก Brainboard จากการแนะนำของ ดร.ปุ๋ย@JC เพื่อหาไอเดียประกอบการคิดแผน บล็อกที่ว่านี้ ก็บอกเล่าถึงการใช้เครื่องมือสื่อสารทางการตลาดแบบใหม่ๆของชาวญี่ปุ่น โดยอันนี้เนี่ย เค้าให้ Brand Ambassorder ทั้ง 8 คน มาเล่นละครซีรีย์ที่เริ่มเรื่องจากหนุ่มสาว 8 คน มาพบกันในงานปารตี้แห่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นต่างคนมีเทคนิคการใช้ โทรศัพท์มือถือ เป็นเครื่องมือสื่อสาร รวมทั้งสื่อรัก แตกต่างกันตามสไตล์ของตัวเอง เพื่อหวังเพิ่มยอดขายให้กับมือถือยี่ห้อดังของญี่ป่น DoCoMo (สนใจอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมก็ไปดูต่อที่ http://brainboard.blogspot.com/ นะจ้ะ)

ตอนแรกก็นึกว่าไอ้วิธีการแบบนี้ยังไม่มีที่บ้านเราคะ แต่ที่ไหนได้ ตอนที่กำลังหาข้อมูลมาทำแข่งแผนอีกอันนึงก็ได้มาเจอะกับ "The Diary" Serie Movie for Commercial เรื่องแรกของ Samsung ซึ่งนำเสนอในรูปแบบของหนังชุดอารมณ์เกาหลี (โรแมนติก เศร้าๆเหงาๆหนาวๆ เหอๆ) ซึ่งเรียกได้ว่าอินเทรนด์สุดๆ โดยจะสามารถรับชมซีรีย์ชุดนี้ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ http://www.samsung.com/th/the_diary ทั้งแบบออนไลน์สดๆ และยังสามารถดาวน์โหลดมาเก็บไว้ชมโดยส่วนตัวได้อีก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เนื้อเรื่องของซีรีย์ชุดนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ไดอารี่ลึกลับ ที่อาจทำให้ชีวิตของคู่แต่งงานใหม่คู่หนึ่งต้องพลิกผัน เพียงเพราะเรื่องราวจากสมุดบันทึกเล่มเดียว



Trailer ตัวอย่าง






กลยุทธ์ SerieMovie for Commercial ของ Samsung ครั้งนี้ ถือว่าโฆษณาได้คุ้มจริงๆ เพราะ Samsung เองด้วยความที่เป็นบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้มีผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ดังนั้น ตั้งแต่เครื่องเล่น MP3 ไปจนถึง ตู้เย็น สามารถไปปรากฎตัวในซีรีย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ (แม้จะแอบสังเกตเห็นนิดนึงเหอะว่า ซูมไปที่โลโก้ชัดเหลือเกิ๊นนน) อีกทั้งเมื่อดูเสร็จแล้ว ยังสามารถกดเข้าไปชมสินค้าตัวที่ประกอบในฉากได้เลยทันที สามารถดูรายละเอียด สเป็ค ราคา อะไรต่อมิอะไร ประกอบการตัดสินใจซื้อได้เลย ดูเหมือนอะไรๆก็ดูง่ายขึ้นเรื่อยๆในยุคดิจิตอล



แต่เมื่อกลับไปค้นข้อมูลอีกครั้ง ก็พบว่า Samsung ไม่ใช่เจ้าแรกหรอกที่ทำ Serie Movie for Commercial ออกมาแบบนี้ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน โครงการบ้าน ปริญสิริ ก็เคยใช้ละคร Sit Com "พักรบ พบรัก" ขายบ้านมาแล้ว แต่ทำเป็นในเชิงของ โฆษณามากกว่าไม่อลังการ Full Option เท่ากับ Samsung เพราะมีความยาวเพียง 2 นาทีต่อตอน โดยใช้ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง เขมนิจ จามิกรณ์ ธงธง ม๊กจ๊ก และเจี๊ยบ เชิญยิ้ม เป็น 4 ดาราหลักสำหรับ Sit Com ขายคอนโดนี้ เพื่อดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย โดยฉายบนจอพลาสม่าในรถ BTS และบริเวณสถานี POV จอทีวีในลิฟต์อาคารสำนักงาน สื่อ Mass Wall จอพลาสม่าขนาดใหญ่บริเวณ Victory Corner อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในระยะเวลา 3 เดือน(มี.ค. - พ.ค.) แต่ด้วยการสื่อสารที่ไม่ผ่านTVC ซึ่งก่อให้เกิดการรับรู้และส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำให้ “พักรบ พบรัก” ได้รับการพูดถึงในวงจำกัด นอกจากนี้จำนวนตอนของละครที่มีถึง 25 ตอนนี้ ทำเป็นไปได้ยากมากที่กลุ่มเป้าหมายจะรับชมต่อเนื่องจนครบ

ก็ต้องคอยดูต่อไปว่า สำหรับ Serie Movie for Commercial ชุดนี้ของ Samsung กระแสตอบรับจะเป็นอย่างไรบ้าง เท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่ได้ทำการโปรโมตใดๆมากนัก นอกจากการส่ง Press Release ไปยังสื่อออนไลน์ต่างๆ อาจจะเป็นเพราะเพิ่งจะปล่อยออกมาได้ไม่นาน สดๆร้อนๆจริงๆ แต่เท่าที่เห็นความคิดเห็นที่มาโพสในเว็บไซต์ก็รู้สึกว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีเลยทีเดียว (แต่ก็ไม่รู้ว่าอีตา Samsung มันมาโพสกันเองรึเปล่านะ) และผู้เขียนเองได้รับชมไปแล้วบางตอนก็คิดว่ามันก็น่าติดตามอยู่เหมือนกัน ใครสนใจก็เข้าไปดูนะก็สนุกดี อย่างน้อยก็ต้องยอมรับว่าเค้าก็ครีเอทดีที่ใช้วิธีนี้ขายของ เมื่อไหร่คนอย่างเราๆจาคิดได้ยังงี้บ้างละ เฮ้อออ...

!!!!!!สู้ต่อไปทาเคชิ!!!!!

ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก :
Positioning Magazine และ Google ที่หาอะไรก็เจอ (จิงๆ)

August 7, 2007

"Contest Marketing" by using "Marketing (Plan)Contest"

อ่านหัวข้อบล็อกวันนี้ แล้วอย่างง พยายามเล่นคำคะ เพื่อจะสื่อว่าอีตาบริษัทเหล่านี้อ่ะ มันจัดการประกวดขึ้นมาก็เพื่อทำการตลาดกะกลุ่มเป้าหมายๆอย่างเราๆ ดูแต่ละโปรดักส์สิ เราเป็น Target เค้าอย่างจังๆเลยนะเนี่ย เค้าคงอยากได้ Consumer Insight ที่ลึกล้ำจากพวกเราจริงไหมคะ แหมๆทำเป็นจัดประกวดเอาแผนบังหน้า เหอๆ แต่ก็เอาเหอะ ก็ดีเหมือนกาน พวกเราจะได้ลองฝึกฝีไม้ลายมือกันก่อนจะออกไปสู่สนามจริงๆนะคะ ก็อยากจะประชาสัมพันธ์โครงการเหล่านี้สักนิดนึง เห็นว่าช่วงนี้ก็ปิดเทอมเวลาว่างมากมาย(จริงรึเปล่าหว่า) เพื่อนๆน่าจะลองประกวดกันดูสักอันนะคะ


Yaris Marketing Contest 2007


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

โครงการดีๆจากโตโยต้า ให้เพื่อนๆได้ทดลองฝีไม้ลายมือคิดแผนการตลาดให้กับรถยนต์ Toyota Yaris

--สมาชิกต่อทีม : 3 - 5 คน
--Deadline รอบแรก : 20 กันยายน 2550
--รางวัลชนะเลิศ : ทุนการศึกษา 100,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตรและถ้วยรางวัล

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมทั้งดาวน์โหลดข้อมูลประกอบการทำแผนได้ที่http://www.toyota.co.th/yaris_contest/marketing/about.asp

Samsung Marketing Contest 2007 : Samsung Young Marketer


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

จัดติดต่อมาเป็นปีที่สองแล้วสำหรับ Samsung ถ้าปีที่แล้วใครเรียน MK312 ก็จะเคยเข้าร่วมโครงการนี้นะคะ ปีนี้ก็คล้ายกับปีที่แล้วแต่ต่างตรงที่เพิ่มโปรดักส์มือถือขึ้นมาอีกสองตัวให้เลือกทำคะ จากที่มีแต่ MP3 เพียงอย่างเดียว ก็น่าสนใจเลยทีเดียวนะคะ

--สมาชิกต่อทีม : 4 คน
--Deadline รอบแรก : 24 สิงหาคม 2550
--รางวัลชนะเลิศ :
1. โอกาสเข้าร่วมฝึกงาน ที่บริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน
2. แพ็คเกจทัวร์ประเทศเกาหลี 4 วัน 3 คืน พร้อมดูงาน ที่ SAMSUNG สำนักงานใหญ่
3. โทรศัพท์มือถือ SAMSUNG F300 จำนวน 4 เครื่อง

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมทั้งดาวน์โหลดข้อมูลประกอบการทำแผนได้ที่
http://www.samsung.com/th/2007marketing_contest.htm

Marketing Concept*


ได้รับ Forward Mail อันนี้มาจากน้องคนนึงคะ เห็นว่าเปรียบเปรย Marketing Concept ได้ขำขันดี เลยเอามาแชร์ให้เพื่อนได้ดูกัน ลองอ่านดูนะคะ เค้าเปรียบเทียบได้เห็นภาพเลยคะ

A Professor was explaining marketing concepts to the Students:

1. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and say: "I am very rich. Marry me!"
---That's Direct Marketing.

2. You're at a party with a bunch of friends and see a gorgeous girl. One of your friends goes up to her and pointing at you says:" He's very rich. >Marry him."
---That's Advertising.

3. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and get her telephone number. The next day, you call and say: "Hi, I'm very rich. Marry me."
---That's Telemarketing.

4. You're at a party and see gorgeous girl. You get up and straighten your >tie, you walk up to her and pour her a drink, you open the door (of the >car) for her, pick up her bag after she drops it, offer her ride and then >say: By the way, I'm rich. Will you marry me?"
---That's Public Relations.

5. You're at a party and see gorgeous girl. She walks up to you and says : You are very rich! Can you marry me?"
---That's Brand Recognition.

6. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and say: I am very rich. Marry me!" She gives you a nice hard slap on your face.
---That's Customer Feedback.

7. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and say:"I am very rich. Marry me!" And she introduces you to her husband.
---That's demand and supply gap.

8. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and before you say anything, another person come and tell her: "I'm rich.Will you marry me?" and she goes with him.
---That's competition eating into your market share .

9. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and before you say: "I'm rich, Marry me!" your wife arrives.
---That's restriction for entering new markets!!!

July 25, 2007

The Blog Culture*


แหม Positioning เล่มนี้ ช่างออกมาได้เวลาประจวบเหมาะจริงๆคะ ช่วยตอกย้ำว่า MK CLUB ของเรา อินเทรนด์ ไม่ตกกระแส 555 แต่จริงๆแล้ว คนก็นิยมเล่น Blog กันมานานแล้วนะคะ คำว่า Blog มาจาก Web+Log แล้วก็กลายเป็น Blog ตามประสาการสมาสสนธิคำกันใหม่ โดยต้นกำเนิดของมันเนี่ย เค้าบอกว่ามาจากการที่คนอยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่มีความสามารถพอที่จะทำได้ หรือไม่ก็ไม่อยากเสียตังค์เช่า Domian Name Blog เลยเป็นอะไรที่ง่ายและยังฟรีอีกต่างหาก ตอบสนองผู้บริโภคสุดๆ

กลุ่มแรกๆที่เริ่มเขียน Blog ก็มาจากพวกที่ชอบเขียนไดอารี่ออนไลน์นี่แหละ คล้ายกับว่า Blog มันเปิดกว้างมากกว่าอยากจะเขียนอะไรก็เขียน ตามใจปรารถนา คราวนี้ก็เลยทำให้มันแพร่ระบาดไปได้เร็วมาก เพราะคนที่สนใจเรื่องเดียวกันก็ลิงค์มาเจอกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เกิดเป็น Community ขึ้นมา Blog พวกแรกๆที่ดังมากก็ดูเหมือนจะเป็น MySpace.com เนี่ยแหละคะที่เป็นที่แพร่หลายสุดๆ

Unlimited Free Image and File Hosting at MediaFireUnlimited Free Image and File Hosting at MediaFire

ส่วนในเมืองไทยเอง จุดเริ่มต้นจริงๆ ก็ต้องยกให้กับต้นตำรับไดอารี่ออนไลน์อย่าง Storythai.com ที่ดังมากในในหมู่เด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กมัธยมต้นที่มักจะเน้นการเขียนด้วยความคะนอง บอกเล่าชีวิตตัวเองอย่างถึงพริกถึงขิง จนบางครั้งก็ออกจะน่ากลัวเกินไปสักนิดนึง จนมาถึงBlog ที่ดูดีมีสาระ อย่างเช่น Bloggang.com ของ Pantip ที่ดูจะมีสมาชิกเหนียวแน่น ส่วนมากก็มาจากบอร์ดกระทู้ต่างๆของ Pantip นั่นแหละคะ โดยกลุ่มผู้เขียนจะขยับขึ้นมาโตกว่าหน่อย ส่วนมากจะเป็นวัยทำงานหรือแม่บ้านที่ทันสมัย ที่นี่ก็นำเสนอความรู้ดีๆมากมาย ตัวอย่างเช่น สูตรอาหารจานเด็ดจากบรรดาพ่อครัวแม่ครัวมือสมัครเล่น ที่มีทั้งรูปภาพประกอบและวิธีทำ ชวนให้น่าลิ้มลองเป็นที่สุด


อาจจะด้วยนิสัยของคนไทยที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเป็นกิจวัตร ก็เลยทำให้ Blog ประเภทไดอารี่มักได้รับความสนใจมากกว่า (ผู้เขียนเองก็ยอมรับว่าเป็นคนนึงที่ชอบแอบอ่านไดชาวบ้านเป็นประจำเหมือนกัน 555) แต่คิดว่าตอนนี้เทรนด์คงเปลี่ยนไปแล้วคะ จากการที่มีผู้นิยมเขียนBlog กันมากขึ้น Blog ที่นำเสนอเรื่องราวที่มีคุณภาพก็มีมากขึ้น กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ Blog ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยมไปแล้ว เดี๋ยวนี้เวลาที่เรา Search หาข้อมูลใน Google จะเห็นว่าจะปรากฎข้อมูลที่มาจาก Blog เต็มไปหมดเลย พอพูดถึง Google ขอนอกเรื่องนิดนึง Blogspot ที่ทางคลับใช้อยู่เนี่ยก็เป็นหนึ่งในเครือของ Google ซึ่งตอนนี้ Google ได้สร้าง Option มากมายที่แตกออกมาจากProduct หลักอย่าง Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Blog, Host รูป,Gadget ต่างๆ, etc. ลองหาข้อมูลกันดูนะคะ รู้สึกมันจะรวมเรียกว่า iGoogle คะเนี่ยแหละคะ มีอะไรให้เล่นมากมาย

Positioning เค้าบอกว่า ตอนนี้ Blog จะกลายมาเป็นทั้งคู่แข่งคนสำคัญและโอกาสใหม่ของสื่อมวลชนที่ต้องปรับตัวให้ทันกระแสที่เกิดขึ้น ในยุคที่ผู้บริโภคข่าวสารกลายเป็นผู้ผลิตเนื้อหา(Content)เอง และสามารถอัพเดทเรื่องราวต่างๆขึ้นโลกไซเบอร์ได้ตลอดเวลา และอีกประการหนึ่งที่นักการตลาดอย่างเราๆต้องให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง คือ การที่ Blog จะเป็นเครื่องมือใหม่ในการสื่อสารทางการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้กับสินค้า ด้วยคุณสมบัติที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงเป้า และยังแทรกซึมได้อย่างแนบเนียน Positioning บอกเลยว่า Blog เป็นสูตรใหม่ที่นักการตลาดต้องเรียนรู้ว่า การขายโฆษณาแบบตรงไปตรงมาไม่ใช่วิถีของโฆษณาในโลกของบล็อก

อยากแนะนำว่าให้ไปหา Positioning เล่มนี้มาอ่านให้ได้นะคะ น่าสนใจมั่กมากเลยคะ ในเมื่อโลกวิ่งไปข้างหน้าตลอดอย่างไม่มีวันหยุด นักการตลาดที่ดีต้องพยายามตามโลกให้ทันนะคะ เราต้องอินเทรนด์คะ จำไว้

July 24, 2007

Grand Opening*


สวัสดีคะ เพื่อนๆทุกคน

ฤกษ์งามยามดี ได้ทีเปิดตัวBlog "MK Club : Professional & Creativity" อย่างเป็นทางการสักที ก็อย่างที่รู้กันล่ะคะความตั้งใจของทางคลับที่สร้าง Blog แห่งนี้ขึ้นมา ก็หวังว่าทุกคนจะเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจระหว่างกันนะคะและหน้าที่ของทาง BlogMaster เองก็จะพยายามเผยแพร่ข่าวสารในคลับ รวมทั้งในเอก Marketing ของเราให้ดีที่สุด จะคอยทำหน้าที่เป็นโทรโข่งร้องป่าวเหมือนอย่างในรูปไงล่ะคะ หากใครมีข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะใดๆ ก็บอกกันได้นะคะ ผ่าน Blog แห่งนี้ล่ะคะ